พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(ร.2)

พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ทรงมีพระนามเดิมว่า ฉิม พระราชสมภพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2310 ณ ตำบลอัมพวา เมืองสมุทรสาคร ในขณะนั้นพระราชบิดายังดำรงพระยศหลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี ต่อมาพระราชบิดาได้เข้ารับราชการในสมเด็จพระเจ้าตากสิน แห่งกรุงธนบุรี จึงได้ย้ายครอบครัวมาอยู่บริเวณด้านใต้ของวัดระฆังโฆษิตาราม บ้านเดิมที่อัมพวาจึงว่างลง เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยขึ้นครองราชย์แล้วนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานที่ดินบริเวณบ้านเดิมนั้น สร้างเป็นวัดชื่อ วัดอัมพวันเจติยาราม
เมื่อพระบิดาย้ายเข้ามารับราชการ ทรงได้เข้ารับการศึกษาจากวัดระฆังโฆษิตาราม โดยฝากตัวเป็นศิษย์กับพระวันรัต (ทองอยู่) เมื่อครั้งพระชนมายุได้ 8 พรรษา ได้โดยเสด็จพระราชบิดาไปราชการสงครามด้วย เมื่อพระชนมายุได้ 16 พรรษา พระราชบิดาได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็น
พระมหากษัตริย์พระนามว่า พระบาทสมเด็จพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงได้รับการสถาปนาพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิสรสุนทร เมื่อพระชนมายุครบ 22 พรรษา ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และเสด็จไปจำพรรษาที่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) ทรงจำพรรษาอยู่นาน 3 เดือน จึงลาผนวช
ต่อมาทรงได้รับสถาปนาเลื่อนพระยศเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เมื่อปี พ.ศ. 2349 หลังจากนั้นอีกเพียง 2 ปี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จสวรรคต กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 42 พรรษา จึงได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราช รามาธิบดีศรีสุนทรบรมมหาจักรพรรดิ ราชาธิบดินทร์ ธรณิณทราธิราช วัฒนากาศวราชวงศ์ สมุทัยโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราบดินทร์หริหรินทราธาดาธิบดีสรีสุวิบูลย์คุณอกนิฐฤทธิราเมศวรหันต์ บรมธรามิกราชาธิเบศร์ โลกเชษฐวิสุทธิรัตนมกุฏ ประเทศคตามหาพุทธยางกูรบรมบพิตร หรือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2352  
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระอัครมเหสีพระนามว่า สมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินี พระนามเดิมว่า บุญรอด พระธิดาในพระเจ้าพี่นางเธอ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรี-
สุดารักษ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชโอรสและพระธิดารวม 73
พระองค์ โดยประสูติในพระมเหสี 3 พระองค์ และประสูติในเจ้าจอมมารดาเรียม พระสนมเอก 3 พระองค์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงครองราชสมบัติอยู่นาน 15 ปี ก็ทรงพระประชวรด้วยพิษไข้ มิได้รู้สึกพระองค์ จึงไม่ได้พระราชทานราชสมบัติให้แก่ผู้ใด ทรงพระประชวรด้วยพิษไข้อยู่นาน 3 วัน ก็เสด็จสวรรคต

 

พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(ร.2)

การทำนุบำรุงประเทศ
ระยะแรกของการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ พม่ายังคงรุกรานประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างเมืองและป้อมปราการต่างๆขึ้นเพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านคอยป้องกันข้าศึกที่จะยกมาทางทะเลที่เมืองสมุทรปราการ และที่เมืองปากลัด โดยทรงมีพระบัญชาให้กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ เป็นแม่กองสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ขึ้นที่ปากลัด (ปัจจุบัน คือ อ.พระประแดง สมุทรปราการ) พร้อมป้อมปิศาจผีสิง ป้องราหูและป้อมศัตรูพินาศ แล้วโปรดเกล้าฯให้อพยพครอบครัวชาวมอญจากปทุมธานีมาที่นครเขื่อนขันธ์ นอกจากนี้ยังให้กรมหมื่นมหาเจษฎาบดินทร์เป็นแม่กองจัดสร้างป้อมผีเสื้อสมุทร ป้อมประโคนชัย ป้อมนารายณ์ปราบศึก ป้อมปราการ ป้อมกายสิทธิ์ ขึ้นที่เมืองสมุทรปราการ และโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นศักดิ์พลเสพย์ไปคุมงานสร้างป้อมเพชรหึงส์เพิ่มเติม ที่เมืองนครเขื่อนขันธ์ การสร้างป้อมปราการและเมืองต่างๆขึ้นมากมาย ด้วยการที่จะป้องกันไม่ให้ข้าศึกเข้าโจมตีพระนครได้โดยง่าย ถือว่าทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล
ด้านการป้องกันประเทศ
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พม่าได้ยกทัพเข้ามาตีไทยหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่เมื่อพระองค์เสวยราชย์ได้ 2 เดือน ในขณะนั้นพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่าได้แต่งตั้งแม่ทัพพม่า 2 นาย คือ แม่ทัพเรืออะเติ้งหงุ่นยกทัพเรือเข้ามาตีไทยทางหัวเมืองชายทะเลทางตะวันตก และสามารถตีได้เมืองตะกั่วทุ่งและตะกั่วป่า และได้ล้อมเมืองถลางไว้ก่อนที่ทัพไทยจะยกลงไปช่วย และในที่สุดก็สามารถตีทัพพม่าแตกพ่ายไป
ส่วนทางด้านทัพบก พระเจ้าปดุงได้แต่งตั้งแม่ทัพสุเรียงสาระกะยอ ยกกำลังมาทางบก เพื่อเข้าตีหัวเมืองทางด้านทิศใต้ของไทย และสามารถตีได้เมืองมะลิวัน ระนองและกระบี่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ส่งกองทัพลงไป และปะทะกับกองทัพพม่า ซึ่งทัพพม่าแตกถอยหนีกลับไป
ต่อมา พ.ศ. 2363 พระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าเสด็จสวรรคต พระเจ้าจักกายแมงได้สืบราชสมบัติต่อจากพระเจ้าปดุง ก็คิดจะยกทัพมาตีไทยอีก โดยสมคบคิดกับพระยาไทรบุรีซึ่งเปลี่ยนใจไปเขากับฝ่ายพม่า แต่เมื่อทราบว่าไทยจัดกำลังไปรับข้าศึกอย่างแข็งขันตามช่องทางที่พม่าจะยกเข้ามา พม่าเกิดกลัวว่าจะรบแพ้ จึงยุติทัพ จนอีก 3 ปีต่อมา พระเจ้าจักกายแมงได้ไปชักชวยพระเจ้าเวียด-นามมินมาง กษัตริย์ญวนให้มาช่วยตีไทย แต่ฝ่ายญวนไม่ร่วมด้วย พอดีกับพม่าติดสงครามกับอังกฤษจึงหมดโอกาสยกมาตีไทยอีก

ด้านการบำรุงศาสนา
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย โดยเฉพาะด้านการก่อสร้างศาสนสถาน ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้นใหม่หลายวัด ได้แก่ วัดสุทัศน์เทพวราราม  วัดชัยพฤกษ์มาลา วัดโมฬีโลก วัดหงสาราม และวัดพระพุทธบาทที่สระบุรี ที่สร้างค้างได้ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รวมทั้งโปรดเกล้าฯให้ทำการบูรณะ
ปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชวราราม โดยสร้างพระอุโบสถ พระปรางค์ รวมทั้งพระวิหารขึ้นใหม่ เพื่อเป็นพระอารามประจำรัชกาล
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงดำเนินการนโยบายกับต่างประเทศแบบผ่อนสั้นผ่อนยาว เป็นมิตรไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ทำให้ในรัชสมัยของพระองค์ปราศจากสงคราม ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างสุขสงบ และในรัชสมัยนี้มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของไทยในสมัยนั้นมีความมั่นคงและเจริญขึ้นเป็นอย่างดี
ในปี พ.ศ.2352 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสวรรคต พระเจ้าเยียลอง พระเจ้าแผ่นดินญวน ได้ส่งทูตเข้ามาถวายบังคมพระบรมศพ พร้อมกับมีพระราชสาสน์มาขอเมืองพุทไธมาศคืน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงเห็นว่าไทยมิได้ส่งทหารไปดูแลเลย จึงตกลงคืนให้ ทำให้สัมพันธภาพกับญวนเป็นไปได้ด้วยดี
สมเด็จพระอุทัยราชาเจ้าเขมร ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงให้การอุปถัมภ์นั้น เกิดผูกใจเจ็บกับไทยตั้งแต่เรื่องถูกติเตียนเรื่องที่อุกอาจเข้าเฝ้าโดยพลการ จึงมีความคิดที่จะกระด้างกระเดื่องต่อประเทศไทย โดยเริ่มจากไม่เข้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกด้วยตนเอง และเมื่อคราวกรุงเทพฯมีศึกกับพม่าก็ไม่ยอมยกทัพมาช่วยเหลือ และสมเด็จพระอุทัยราชาก็หันไปพึ่งอำนาจจากญวนแทน โดยแม้จะยังส่งเครื่องราชบรรณาการมายังไทย แต่อำนาจของไทยในเขมรก็เสื่อมถอยลงตามลำดับ
เจ้าอนุวงศ์ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของไทยมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้แสดงความจงรักภักดีต่อไทยตลอดรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยด้วยดี โดยช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลหัวเมืองของไทยในแถบนั้นจนสิ้นรัชกาลที่ 2
เพื่อให้การติดต่อค้าขายกับประเทศจีนเป็นไปได้โดยสะดวก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงแต่งตั้งทูตอัญเชิญพระราชสาสน์และเครื่องราชบรรณาการ ไปเจริยพระราช-ไมตรีกับพระเจ้าเจี่ยเข่ง พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์เช็ง ณ กรุงปักกิ่ง ต่อมาพระเจ้า
เจี่ยเข่งสิ้นพระชนม์ ก็ทรงโปรดเกล้าฯให้ส่งทูตไทยไปเคารพพระบรมศพ และเจริญพระราชไมตรี ต่อพระเจ้าตากวาง ผู้ซึ่งได้สืบราชสมบัติแทน
โปรตุเกสกับไทยได้เคยมีการติดต่อค้าขายกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเมื่อบ้านเมืองเกิดสงครามกับพม่า โปรตุเกสก็พากันย้ายออกไปค้าขายที่เมืองอื่นๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2363 พระเจ้าแผ่นดินโปรตุเกสได้ส่งทูตเข้ามาขอทำสัญญาพระราชไมตรี เพื่อความสะดวกในการติดต่อค้าขาย

ด้านศิลปวัฒนธรรม

                   ในด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในด้านศิลปะหลายสาขา ทั้งทางด้านประติมากรรม ได้ทรงร่วมกับช่างประติมากรรมฝีมือเยี่ยมในสมัยนั้นแกะสลักบานประตูไม้วิหารวัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นลายเครือเถารูปป่าหิมพานต์ นับเป็นงานฝีมือชั้นเยี่ยม เนื่องด้วยภาพที่ทรงแกะสลักนั้น ทั้งสัตว์ต่างๆ เช่น เสือ หมี ช้าง นกและพืชพรรณไม้ดูเหมือนจะสามารถเคลื่อนไหวได้จริงๆ ได้ทรงแกะสลักศีรษะหุ่นด้วยไม้สัก 1 คู่ เรียกว่า พระยารักน้อยและพระยารักใหญ่ ในปัจจุบันงานศิลปะ 2 ชิ้นนี้เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากนี้ ได้ทรงปั้นหุ่นพระพักตร์พระประธานวัดอรุณราชวรารามด้วยพระองค์เองอีกด้วย

                 ด้านดนตรี ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ด้านดนตรีทั้งในการสร้างเครื่องดนตรีและในการเล่น
พระองค์ทรงเชี่ยวชาญในการสีซอสามสาย ได้พระราชทานนามซอคู่พระหัตถ์ว่า ซอสายฟ้าฟาด และได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลง บุหลันลอยเลื่อน หรือเรียกว่า เพลงพระสุบินนิมิต ซึ่งเป็นที่ไพเราะและได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน

                  ด้านวรรณคดี อาจกล่าวได้ว่า ยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นยุคทองของวรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ละครรำรุ่งเรืองถึงขีดสุด ด้วยพระองค์ทรงเป็นกวีเอก ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไว้หลายเล่ม เป็นต้นว่า รามเกียรติ์ ตอน ลักสีดา จนถึงวานรถวายพล ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ตอนนางสีดาลุยไฟ ได้ทรงปรับปรุงจากบทความเดิมให้มีความไพเราะเหมาะกับการแสดงโขน และได้ทรงพระราชนิพนธ์บทพากย์โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย
ตอนศึกอินทรชิตหักคอช้างเอราวัณ เป็นต้น บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วพบนางพิม ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
ส่วนพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนานั้น ทรงได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าเป็นยอดของกลอนบทละครรำ ด้วยเป็นเนื้อเรื่องที่ดีทั้งเนื้อความและทำนองกลอน
ส่วนบทละครนอก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นมาด้วยกัน 5 เรื่อง ได้แก่
1. ไชยเชษฐ์
2. สังข์ทอง
3. มณีพิชัย
4. ไกรทอง
5. คาวี
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทเห่เรือ เรื่อง
กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ซึ่งมีความไพเราะและแปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบกวีท่านใด เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น 5 ตอน คือ เห่ชมเครื่องคาว เห่ชมผลไม้ เห่ชมเครื่องหวาน เห่ครวญเข้ากับนักขัตฤกษ์ และบทเจ้าเซ็น บทเห่นี้เข้าใจกันว่าเป็นการชมฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินี ในเรื่องการทำอาหาร
องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องด้วยทรงสร้างสรรค์วรรณคดีที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้เป็นมรดกของชาติไว้เป็นจำนวนมาก และรวมถึงทรงปกครองบ้านเมืองให้ราษฎรได้อยู่เย็นเป็นสุขอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร
และเนื่องด้วยในรัชกาลนี้มีช้างเผือกมาสู่พระบารมีถึง 3 เชือก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขธงชาติไทยจากที่เคยใช้ธงแดงมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้ทำเป็นรูปช้างเผือกอยู่ในวงจักรติดในธงพื้นแดง ซึ่งใช้เป็นธงชาติไทยสืบต่อกันมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 6

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดbig smile big smile big smile big smile confused smile confused smile confused smile confused smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#22 By ysdrftgh (182.52.172.195|182.52.172.195) on 2015-09-05 10:25

มีประโยชน์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆconfused smile confused smile big smile big smile big smile

#21 By uokf (182.52.172.195|182.52.172.195) on 2015-09-05 10:23

big smile

#20 By (1.47.235.79|1.47.235.79) on 2015-07-09 20:00

hjfthtrhjh

#19 By com (182.93.150.28|182.93.150.28) on 2015-03-03 15:40

#18 By ้ี่ัี่ั (182.93.150.28|182.93.150.28) on 2015-03-03 15:40

surprised smile surprised smile

#17 By พชรพล (182.93.187.110|182.93.187.110) on 2014-11-17 10:19

#16 By พชรพล (182.93.187.110|182.93.187.110) on 2014-11-17 10:18

#15 By 0881347401 (49.0.113.119|192.168.10.142, 49.0.113.119) on 2014-09-12 13:28

sad smile

#14 By (49.0.113.119|192.168.10.142, 49.0.113.119) on 2014-09-12 13:28

เีั้่่ี

#13 By (49.0.114.241|192.168.10.142, 49.0.114.241) on 2014-09-12 13:27

ได้ความรู้มาก

#12 By by (49.48.213.231|49.48.213.231) on 2014-09-06 10:21

55555555555#สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจังฮู้open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#11 By (203.172.201.130|203.172.201.130) on 2014-07-21 15:35

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#10 By (203.172.201.114|203.172.201.114) on 2014-07-21 15:34

#9 By (223.27.234.187|223.27.234.187) on 2014-06-28 16:37

question

#8 By (182.52.29.182|182.52.29.182) on 2014-06-16 10:34

open-mounthed smile มีประโยชน์สุดๆๆๆๆ

#7 By (1.47.161.8|1.47.161.8) on 2014-06-06 16:01

like like  like

#6 By (113.53.62.70|113.53.62.70) on 2014-06-04 19:41

มีประโยชน์มากและก้อได้ทราบเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจอีกด้วย

#5 By 5824 (183.88.169.200|183.88.169.200) on 2014-02-28 19:52

๋๋ฮํธษ๋65821855555555555555555 cry wink surprised smile embarrassed question angry smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By 6568196547 (183.88.169.200|183.88.169.200) on 2014-02-28 19:49

#1 By (27.55.25.226|27.55.25.226) on 2014-02-07 20:56

#ได้รับความรู้มากมายเรย ค่ะ ... ขอบคุณน่ะค่ะ cry

#2 By (115.87.57.100|192.168.5.68, 115.87.57.100) on 2014-02-03 14:43

555

#1 By (124.121.202.21|192.168.5.68, 124.121.202.21) on 2014-02-03 14:43