พระราชประวัติ

posted on 12 Jan 2010 09:14 by oolikitoo

พระนามเต็มของท่านคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพใน ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ซึ่งเหตุที่พระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีกำลังทรงศึกษาวิชาการอยู่ที่นั่น ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่สามในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในกาลต่อมา) และหม่อมสังวาล ตะละภัฎ (ชูกระมล) (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในกาลต่อมา) ทรงมีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล 

พระนามของในหลวง "ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ของท่าน สามารถแปลความหมายได้ว่า

  • ปรมินทร - มาจากการสนธิคำระหว่าง "ปรม (อย่างยิ่ง, ที่สุด) + อินฺทฺร (อินฺท : ผู้เป็นใหญ่) " หมายความว่า "ผู้เป็นใหญ่ที่สุด" หรือ "ผู้เป็นใหญ่อย่างยิ่ง"
  • ภูมิพล - ภูมิ หมายความว่า "แผ่นดิน" และ พล หมายความว่า "พลัง" รวมกันแล้วหมายถึง "พลังแห่งแผ่นดิน"
  • อดุลยเดช - อดุลย หมายความว่า "ไม่อาจเทียบได้" และ เดช หมายความว่า "อำนาจ" รวมกันแล้วหมายถึง "ผู้มีอำนาจที่ไม่อาจเทียบได้"

    ชีวิตเมื่อทรงพระเยาว์

    เมื่อ พ.ศ. 2475 เมื่อเจริญพระชนมายุได้สี่พรรษา เสด็จเข้าศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2476 จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2477 ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้นมัธยมศึกษา ณ "โรงเรียนแห่งใหม่ของซืออีสโรมองด์" (École Nouvelle de la Suisse Romande) เมืองแชลลี-ซูร์-โลซาน (Chailly-sur-Lausanne)

    พ.ศ. 2477 เมื่อพระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ก็ทรงได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็น "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุยเดช" เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478

    เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ได้โดยเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตประเทศไทย เป็นเวลา 2 เดือน โดยประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์

    เสด็จขึ้นครองราชย์

    วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน โดยต้องพระแสงปืนที่พระกระหม่อม ณ พระที่นั่งบรมพิมาน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดชได้ตัดสินพระทัยรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ในวันเดียวกันนั้น แต่เนื่องจากยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา จึงทรงอำลาประชาชนชาวไทย เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม แต่เปลี่ยนสาขาจากวิทยาศาสตร์ ไปเป็นสาขาสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับตำแหน่งประมุขของประเทศ

    เดิมทีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชหฤทัยว่าจะทรงครองราชสมบัติแต่ในช่วงการจัดงานพระบรมศพของพระบรมเชษฐาเท่านั้น เพราะยังทรงพระเยาว์และไม่เคยเตรียมพระองค์ในการเป็นพระมหากษัตริย์มาก่อน เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามบินดอนเมือง เพื่อทรงศึกษาเพิ่มเติมที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็ทรงได้ยินเสียงราษฎรคนหนึ่งตะโกนว่า "ในหลวง อย่าทิ้งประชาชน" จึงทรงนึกตอบในพระราชหฤทัยว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้"  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตระหนักในหน้าที่พระมหากษัตริย์ของพระองค์ ดังที่ได้ตรัสตอบชายคนเดิมนั้นในอีก 20 ปีต่อมา

    หลังจากที่จบการศึกษาจากสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์เสด็จไปเยือนกรุงปารีส ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งเป็นลูกสาวของเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส เป็นครั้งแรก โดยที่ตอนนั้นทั้งสองพระองค์มีพระชนมายุเพียง 21 และ 15 พรรษาตามลำดับ

    ในระหว่างประทับในต่างประเทศ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 ขณะที่พระองค์ทรงขับรถเฟียต ทอปอลิโน จากเจนีวาไปยังโลซาน ก็ได้ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถพระที่นั่ง ไปชนกับรถ บรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกกระเด็นเข้า พระเนตรข้างขวา พระอาการ สาหัสเมื่อตอนที่พระชนยุ ครบ 20 พรรษา หลังจากนั้นพระองค์ท่านทรง มีพระอาการแทรกซ้อนเรื่อง พระเนตรขวา ซึ่งแพทย์ถวายการรักษาอีกหลายครั้งก็ไม่ดีขึ้น จึงได้ถวายการแนะนำให้พระองค์ทรงพระเนตรปลอมในที่สุด ซึ่งหมายถึงพระเนตรขวาของพระองค์ได้บอดสนิทแล้ว ทั้งนี้ ม.ร.ว. สิริกิติ์ ได้มีโอกาสเยี่ยมเป็นประจำจนหายประชวร นับตั้งแต่นั้นมาทั้งสองพระองค์ก็มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จึงนำไปสู่การแต่งงานในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในวังสระปทุม ซึ่งในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

    พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

    วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เฉลิมพระปรมาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" และในโอกาสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี (ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธย เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2499) โดยทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาด้วยกันสี่พระองค์ ได้แก่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

  • Comment

    Comment:

    Tweet

    ผมจะมีความรักต่อประเทศชาติเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินที่ให้ผมมีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้เพราะบารมีของ"พ่อหลวง" ที่ทำให้ผมรู้จักคำว่าพอเพียงรู้จักใช้สิ่งของที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ขอขอบคุณในพระราชกรณียกิจที่ทำให้พรพวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น

    #6 By (125.27.194.23) on 2010-02-23 08:51

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือนายหลวงของพวกเรา ท่านทรงงานอย่างหนักมาก ซึ่งอันที่จริงแล้วด้วยสถานภาพของท่านนั้นไม่จำเป็นต้องลงมาทรงงานด้วยพระองค์เอง แต่พระองค์ท่านเลือกที่จะเหนื่อย ยอมสละเวลาแห่งความสุขสบาย ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าความเป็นห่วงเป็นใยในประชาชนชาวสยามอย่างหาที่สุดไม่ได้ เราในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งก็เปรียบเสมือนลูกของท่าน เราก็ควรที่จะส่งเสริมสถาบันอันสูงค่านี้ ด้วยการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี มีความสามัคคี นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พระองค์ท่านอยากเห็น

    นศท.ธนพนธ์ สุขการค้า ผลัดที่ 33 กองพัน 31

    #5 By นศท.ธนพนธ์ สุขการค้า ผลัดที่ 33 กองพัน 31 (125.27.195.250) on 2010-02-18 09:03

    พ่อของแผ่ดิน
    ในวันหนึ่งที่ผมจำความได้ ผมได้ย้อนว่าคำว่า "ในหลวง" เป็นประจำ ผู้รู้ว่าผมมีพ่อ 2 คนคือพ้อของบ้านและพ่อของแผ่นดิน พ่อผมมักจะเล่าว่าในหลวงทรงขยัน ทรงอดทนเพื่อความสุขของพวกเราทุกคน วิทยุทุกช่อง โทรทัศน์ทุกสถานี มักจะประกาศถึงพระราชกรณียกิจเสมอซึ่งบ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อยของพ่อหลวงของไทย แม้ว่าผมจะไม่ทำให้แผ่นดินต้องเดือดร้อน ผมก็เชื่อว่าพ่อก็คงยังเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรา ผมสัญญาว่าผมจะเป็นคนดีครับ พ่อของแผ่นดิน พ่อของผม " เรารักในหลวง" ด้วยสัจจะอธิษฐาน

    #4 By นศท.อาสา ชะนะมา (125.27.203.228) on 2010-02-14 14:21

    องค์ราชันย์จักรพรรดิของไทย
    ทรงห่วงใยประชาชนทั่วหล้า
    พระบุญคุณของท่านเกินนภา
    น้อมสักการะบูชาจากชาวไทย

    #3 By นศท.วรัญญู สุขสวัสดิ์ (125.27.196.75) on 2010-02-10 14:54

    ข้าพระพุทธเจ้า
    นศท.ธนกฤต ดำรัสศิริรัตน์

    มีความปลาบปลื้มในน้ำพระทัยของพระองค์ ซึ่งทรงคอยช่วยเหลือประชาชนตลอดมา ข้าพระพุทธเจ้าขอถวามความจงรักภัคดีต่อพระองค์โดยเป็นกำลังทหารหลักเพื่อรักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสุดท้าย ขอให้พระองค์ มีพลานามัยที่ดี และมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน.open-mounthed smile

    #2 By (125.27.196.11) on 2010-02-10 09:11

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ พ่อหลวงของเรา ท่านทรง เป็นตัว
    อย่างแก่ปวงชนชาวไทย โดยได้ทรงนำแนวทางเศรษกิจพอเพียงมาใช้

    โดยให้ประชาชนชาวไทยได้รู้จักพอเพียงรู้จักประหยัดรู้จักอดออม

    และ พระองค์ท่าน ยังทรงเป็นห่วงประชาชนของท่านอยู่เสมอ ว่า

    ประชาชนของพระองค์ท่านทรงเป็นอยู่อย่างไร และพระองค์ท่าน

    ยังทรงรับสั่งให้ประชาชนชาวไทยรักกัน และสามัคคีกันให้มากๆ

    ตอนนนี้ผมได้ทราบข่าวว่า พระองค์ท่างทรงพระอาการประชวร อยู่

    ผมก็ขอให้พระองค์ท่านหายจากพระอาการประชวร มีพระวรกายแข็งแรง

    นศท ศตายุ ยาทิพย์ โรงเรียนสตรีวิทยา2

    #1 By skidjai on 2010-02-09 15:12